งานศึกษาและพัฒนาเกษตรกรรมแบบประณีต



bridge

การใช้พื้นที่ปลูกพืชเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การปลูกพืชแบบผสมผสาน หลากหลายชนิดปะปนกันไปในพื้นที่ทำกิน และพื้นที่อยู่อาศัย ซึ่งมีชนิดและปริมาณพืชใช้สอย พืชกินได้ ให้มีพอกินพอใช้ในครัวเรือน ใช้พื้นที่ในการเพาะปลูกน้อยแต่เป็นการจัดการพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยยึดแนวทาง เกษตรกรรมแบบประณีต คือการปลูกพืชที่มีการดูแลอย่างใกล้ชิด ใช้พื้นที่อย่างประหยัด ปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ สภาพทางเศรษฐกิจ ทักษะทางการเกษตรของเกษตรกรตลอดจนแรงงานภายในครอบครัว ปลูกพืชยืนต้นเป็นแถวในแนวตะวันออก – ตะวันตกระยะห่างระหว่างแถว 8-10 เมตร เพื่อป้องกันการบดบังแสงแดดพืชล้มลุกซึ่งปลูกระหว่างแถวไม้ยืนต้นให้พืชที่ปลูกระหว่างแถวไม้ยืนต้นได้รับแสงแดดอย่างพอเพียงชนิดของพืชที่ปลูกควรประกอบไปด้วย พืชใช้สอย พืชอาหาร และพืชรายได้ โดยปลูกพืชใช้สอยที่ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น สะเดา ขี้เหล็ก ขนุน ซึ่งพืชเหล่านี้ใช้เนื้อทำเครื่องเรือน กิ่ง ต้น ตากแห้งเป็นเชื้อเพลิง ผล ใบ และดอก ใช้เป็นอาหาร โดยปลูกพืชเหล่านี้ปะปนกันไปในแถวของไม้ยืนต้น และปลูกตามแนวรั้ว สำหรับพืชกินได้ปลูกพืชหลายชนิดปะปนกันทั้งไม้ผล พืชผักสวนครัว สมุนไพร และถั่วต่างๆ โดยปลูกพืชผักสวนครัวและถั่วต่างๆ สลับพื้นที่หมุนเวียนกัน เพื่อป้องกันการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชควบคู่กันไป ส่วนพืชรายได้ ต้องเป็นพืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน แหล่งน้ำ รวมถึงแหล่งจำหน่ายผลผลิต

Maximization of the Land Use for Crop Cultivation

Various kinds of plants should be cultivated in an integrated manner on the farmland and housing area. The types and number of the grown trees or plants for uses and for consumption depend on the household’s demand. This is designed to make use of the small land area for planting while getting the utmost benefits from the land by following the guideline of the “intensive farming” practice. Intensive farming is to plant the crops with attentive care and to use the area economically while growing the plants that are suitable to the area, economic conditions, agricultural skills of the farmers as well as the number of the labours in the family. The perennial trees should be planted in row with the distance of 8-10 metres each, facing to the East and the West to prevent them from shading over the annual crops which are planted in between the perennial trees and to allow the latter to access to the sunlight sufficiently. The suggested plants to grow include trees for uses, trees for food and trees for economic purposes. The examples of the trees for uses are Neem tree, Thai copper pod, and jackfruit since their wood can be used as furniture while their dried branches and trunks can be used as firewood and their fruits and leaves can be eaten. Trees for uses can be intercropped with the perennial trees and grown along the fencing line. For trees for consumption, various kinds of plants should be grown including fruit trees, backyard plants, herbal plants and beans. The area for growing backyard plants and beans should be alternately rotated to prevent the outbreak of the diseases and the pests. Regarding the economic trees, they should be suitable to the area, the fertility of the soil, the water sources and the channels of sale distribution.